5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาการไมเกรน

ไมเกรนไม่ใช่แค่เรื่องของปวดหัวแล้วเดี๋ยวก็หาย เพราะในบางคนอาการอาจรุนแรงจนต้องหยุดงาน หยุดกิจกรรม หรือพักอยู่ในห้องมืดเป็นเวลาหลายชั่วโมง ที่สำคัญ ยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับอาการไมเกรนหลายอย่างที่คลาดเคลื่อน และอาจทำให้ดูแลตัวเองไม่ตรงจุด ลองมาเช็กกันว่า 5 เรื่องต่อไปนี้ คุณเคยเข้าใจแบบนี้ไหม

1. ไมเกรนต้องปวดหัวข้างเดียวเท่านั้น
แม้อาการไมเกรนที่พบได้บ่อยจะเป็นการปวดตุบ ๆ ข้างใดข้างหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องปวดข้างเดียวเสมอไป บางคนอาจปวดทั้งสองข้าง หรืออาการสลับข้างกันในแต่ละครั้งได้ จึงไม่ควรใช้ตำแหน่งที่ปวดเพียงอย่างเดียวในการตัดสินว่าเป็นไมเกรนหรือไม่

2. ไมเกรนเกิดจากความเครียดอย่างเดียว
ความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้น แต่ไม่ใช่สาเหตุเดียว การนอนน้อย อดอาหาร การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แสงจ้า กลิ่นบางชนิด หรืออาหารบางประเภท ก็อาจกระตุ้น อาการไมเกรน ในแต่ละคนได้แตกต่างกัน
การจดบันทึกว่าอาการเกิดขึ้นเมื่อใดและมีอะไรกระตุ้น จึงช่วยให้เข้าใจรูปแบบไมเกรนของตัวเองได้มากขึ้นค่ะ

3. กินยาแก้ปวดทุกครั้งก็เพียงพอแล้ว
ยาแก้ปวดอาจช่วยบรรเทาอาการในบางครั้ง แต่หากไมเกรนเกิดขึ้นบ่อย การกินยาแก้ปวดอย่างเดียวอาจไม่ใช่วิธีดูแลที่เหมาะสม โดยเฉพาะการใช้ยาบ่อยเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะปวดศีรษะจากการใช้ยาเกิน (Medication Overuse Headache) และทำให้อาการปวดหัวเกิดถี่ขึ้นได้

4. ไม่มีอาการเห็นแสงวาบ แปลว่าไม่ใช่ไมเกรน
อาการเห็นแสงวาบ เส้นซิกแซก หรือภาพผิดปกติก่อนปวดหัว เรียกว่า “ออร่า” (Aura) ซึ่งพบในผู้ป่วยไมเกรนบางรายเท่านั้น คนที่ไม่มีออร่าก็สามารถเป็นไมเกรนได้เช่นกัน โดยอาจมีอาการคลื่นไส้ แพ้แสง หรือแพ้เสียงร่วมด้วย

5. ไมเกรนเป็นเรื่องเล็ก ไม่จำเป็นต้องรักษา
หากอาการไมเกรนเกิดขึ้นบ่อยหรือรุนแรงจนกระทบการทำงาน การเรียน การนอน และการใช้ชีวิต ไม่ควรปล่อยให้กลายเป็นเรื่องที่ต้องทน เพราะปัจจุบันมีแนวทางรักษาหลายรูปแบบ ทั้งการปรับพฤติกรรม ยาสำหรับช่วงที่มีอาการ และยาป้องกันไมเกรน โดยแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละคน

เข้าใจอาการไมเกรนให้ถูก เพื่อดูแลได้ตรงจุด
ไมเกรนมีอาการและปัจจัยกระตุ้นแตกต่างกันในแต่ละคน การรู้เท่าทันอาการไมเกรน และไม่ยึดติดกับความเชื่อเดิม ๆ จะช่วยให้สังเกตความผิดปกติได้เร็วขึ้น หากปวดหัวบ่อยขึ้น อาการรุนแรง หรือเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม แทนการพึ่งยาแก้ปวดด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียวค่ะ