ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ในงาน กายภาพบำบัด ได้พัฒนาไปอย่างมาก ทำให้ผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังจากออฟฟิศซินโดรม การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรือการอักเสบของเส้นเอ็น มีทางเลือกในการรักษาที่ตรงจุดและเห็นผลไวขึ้น โดยเครื่องมือยอดฮิตที่นำมาใช้ลดปวดและเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อในคลินิกกายภาพบำบัดยุคนี้ คือ คลื่นช็อกเวฟ (Shockwave Therapy) และเลเซอร์กำลังสูง (High Power Laser Therapy) ทว่าเครื่องมือทั้งสองชนิดนี้มีกลไกการทำงานและความเหมาะสมกับอาการปวด และ กายภาพบำบัด ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
คลื่นช็อกเวฟ (Shockwave) การเคลียร์พังผืดและกระตุ้นการซ่อมแซมเส้นเอ็น
การ กายภาพบำบัด ด้วยเครื่องช็อกเวฟทำงานโดยการส่งคลื่นกระแทกที่เป็นคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปยังเนื้อเยื่อบริเวณที่มีอาการปวดเรื้อรัง กลไกหลักคือการเข้าไป "กระตุ้นเชิงกล" (Mechanical Stimulation) เพื่อทำให้เกิดการบาดเจ็บเล็กๆ ในระดับที่ร่างกายควบคุมได้ (Micro-trauma) บริเวณเส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อที่มีพังผืดเกาะหนาแน่น กระบวนการนี้จะหลอกให้ร่างกายส่งเลือดและออกซิเจนเข้ามาเลี้ยงบริเวณนั้นมากขึ้น เพื่อเร่งกระบวนการซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติ และช่วยสลายหินปูนหรือพังผืดที่ขัดขวางการยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
คลื่นช็อกเวฟจึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังมานาน เช่น โรครองช้ำ (เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ) อาการเอ็นร้อยหวายอักเสบ อาการปวดข้อศอก (Tennis Elbow) หรือกลุ่มคนทำงานที่เป็นออฟฟิศซินโดรมจนกล้ามเนื้อจับตัวเป็นก้อนแข็ง (Trigger Point) อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการรักษาด้วยช็อกเวฟ ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ในระดับที่ทนได้ ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นเมื่อคลื่นเสียงวิ่งไปกระทบจุดที่มีการอักเสบเรื้อรัง
เลเซอร์กำลังสูง (High Power Laser) การลดปวดเฉียบพลันและซ่อมแซมเซลล์ลึก
ในทางตรงกันข้าม การ กายภาพบำบัด ด้วยเลเซอร์กำลังสูงจะทำงานโดยการใช้พลังงานแสงความเข้มข้นสูงยิงลึกลงไปใต้ชั้นผิวหนัง กลไกหลักคือการเปลี่ยนพลังงานแสงให้เป็นพลังงานชีวภาพ (Biostimulation) เข้าไปกระตุ้นสารให้พลังงานในเซลล์ (ATP) ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บฟื้นตัวได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งช่วยขยายหลอดเลือดเพื่อเร่งการไหลเวียน ลดการหลั่งสารสื่อประสาทที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด และช่วยลดอาการบวมอักเสบได้อย่างรวดเร็ว
ความโดดเด่นของเลเซอร์กำลังสูงคือ สามารถใช้รักษาอาการบาดเจ็บแบบ "เฉียบพลัน" ได้เป็นอย่างดี เช่น อาการข้อเท้าแพลง กล้ามเนื้อฉีกขาดจากการเล่นกีฬา หรือรอยฟกช้ำที่มีอาการบวมแดงร่วมด้วย นอกจากนี้ในระหว่างการรักษา ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บเลย แต่จะรู้สึกอุ่นๆ สบายผิวบริเวณที่ทำ จึงเหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดเสียวแปลบและไม่สามารถทนแรงกระแทกของคลื่นช็อกเวฟได้
ในการทำ กายภาพบำบัด ยุคใหม่ นักกายภาพบำบัดมักจะประเมินระยะของการบาดเจ็บและสภาพเนื้อเยื่อของผู้ป่วยก่อนเสมอ บางเคสอาจใช้เลเซอร์กำลังสูงร่วมกับช็อกเวฟในจุดที่ต่างกัน หรือใช้สลับสัปดาห์ตามระยะการฟื้นตัวของแผล เพื่อให้การรักษาเกิดประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับผู้ที่สนใจรักษาอาการปวดด้วยนวัตกรรมเหล่านี้ หรือต้องการคำปรึกษาจากนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมาย กายภาพบำบัด ได้ที่ https://rehabcareclinic.com/ เพื่อการดูแลโครงสร้างร่างกายและกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธีในระยะยาว